NECNETWORK: เครือข่ายผู้ประกอบการใหม่

General News
เรียนฟรี PDF Print E-mail
  
Wednesday, 12 May 2010 19:38
-----------  เรียนฟรี/ฝึกอบรมฟรี  ---------วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมกับ  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมจัดฝึกฝึกอบรมบ่มเพาธุรกิจไซเบอร์ สาขาออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมีเดีย   รุ่นที่ 2/2553  
ชื่อหลักสูตรฝึกอบรมบ่มเพาะ ธุรกิจไซเบอร์ การออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมีเดีย 
เนื้อหาหลักสูตร จำนวนชั่วโมงฝึกอบรมตลอดหลักสูตร จำนวน 195 ชม. แบ่งเป็น 2 ช่วง- ฝึกอบรม หลักสูตรพื้นฐานการบริหารงานธุรกิจไซเบอร์ ( 60 ชม.)    เริ่มวันที่ 4 มิ.ย. 18 ก.ค. 53  - ฝึกอบรม เพิ่มทักษะการประกอบการด้านมัลติมีเดียและแอนนิเมชั่น (135 ชม.)   เริ่มวันที่ 31 ก.ค. 5 ก.ย. 53 
วันเวลาฝึกอบรมวันศุกร์ เวลา 18.00 - 21.00 น.เสาร์-อาทิตย์ 09.00 - 16.00 น.  
สถานที่ฝึกอบรมห้องสัมนา 1 ชั้น 6  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม   ถนนพระรามที่ 6  เขตราชเทวี  กรุงเทพ 10400  โทรศัพท์ 02 202 4553  ติดต่อ คุณ มนัสนันท์  
กำหนดการรับสมัคร  -  รับสมัคร  จนถึงวันที่ 30 พฤษภาคม 2553-  คัดเลือก ด้วยวิธีการสัมภาษณ์ วันที่ 2 มิถุนายน 2553 
คุณสมบัติผู้สมัคร1. มีสัญชาติไทย อายุ 20-60 ปี2. สำเร็จการศึกษาขึ้นต่ำ ม. 6 หรือ ปวช.3. สามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมพื้นฐานได้ดี4. มีความคิดที่จะเป็นเจ้าของกิจการ หรือ สนใจธุรกิจไซเบอร์ ที่เกี่ยวข้องกับ การออกแบบสื่อปฏิสัมพันธ์และมัลติมีเดีย5. มี Computer Notebook เป็นของตัวเอง6. ไม่เคยจบหลักสูตรโครงการ NEC หรือ มีรายชื่อห้ามสมัครเข้าร่วมโครงการ NEC ในระบบฐานข้อมูล ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมมาก่อน 
หลักฐานการสมัคร1. กรอกใบสมัครเข้าร่วมโครงการ โดย สามารถ Down load ใบสมัครได้ที่http://nec.dip.go.th    2. สำเนาบัตรประชาชน3. สำเนาวุฒิการศึกษาสูงสุด 
วิธีการสมัคร1. กรอกใบสมัคร online ผ่านทาง  http://nec.dip.go.th   หรือ      http://nec.dip.go.th/เกยวกบการสมคร/สมครOnline/tabid/66/Default.aspx2. ส่งหลักฐานการสมัครมาทาง  Email : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it 3. ทางโทรสารหมายเลข 02-354 3425  หรือทาง  02-260 9547 
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ -  http://nec.dip.go.th    -  Email : This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it  - Tel . 02-202 4553  ติดต่อ คุณมนัสนันท์ - Tel. 081-802 2933  ติดต่อ คุณศุภกรณ์ชัย   
 
กลอนเตือนสติ PDF Print E-mail
  
Saturday, 24 April 2010 20:29
            ธงชาติไทยไกวกวัดสะบัดพลิ้ว                         แลริ้วริ้วสลับงามเป็นสามสี

 

ผ้าผืนน้อยบางเบาเพียงเท่านี้                                       แต่เป็นที่รวมชีวิตและจิตใจ

 

ไทยรุ่นเยาว์ยืนเรียบระเบียบแถว                                   ดวงตาแน่วนิ่งตรงธงไสว

 

ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย                           ฟังคราใดเลือดซ่านแล่นพล่านทรวง

 

ผืนแผ่นดินถิ่นนี้ที่พำนัก                                              เราแสนรักและแสนจะแหนหวง

 

แผ่นดินไทยไทยต้องครองทั้งปวง                                 ชีพไม่ล่วงใครอย่าล้ำมาย่ำยี

 

เธอร้องเพลงชาติไทยมั่นใจเหลือ                                 พลีชีพเพื่อชาติที่รักทรงศักดิ์ศรี

 

เพลงกระหึ่มก้องฟ้าก้องธาตรี                                     แม้ไพรีได้ฟังยังถอนใจ

 

แต่สิ่งหนึ่งซึ่งไทยร้าวใจเหลือ                                      คือเลือดเนื้อเป็นหนอนคอยบ่อนไส้

 

บ้างหากินบนน้ำตาประชาไทย                                    บ้างฝักใฝ่ลัทธิชั่วน่ากลัวเกรง

 

ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง                                            แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง

 

ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง                                         จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง

 

 

 

 

             เครือข่ายผู้ประกอบการใหม่ขอประณามขบวนการก่อการร้ายที่มุ่งทำลายชีวิตคนไทยโดย

หวังผลเปลี่ยนแปลงการปกครองและมุ่งทำลายสถาบันฯ อันเป็นที่เคารพสูงสุดของคนไทย

และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไม่สงบทุกท่าน       

            

Last Updated ( Saturday, 24 April 2010 22:03 )
 
เปลี่ยนโลกด้วยกลยุทธ์สีขาว "ลมตะวันออกกำลังพัดหวน" : ว.วชิรเมธี PDF Print E-mail
  
Monday, 12 October 2009 12:09

จาก ประชาชาติธุรกิจ

 Monday, October 12, 2009

          ในสังคมที่ไร้ที่พึ่งพิงและดูเหมือนจะไร้ทางออก ทุกภาคส่วนต่างถามหาสังคมแห่งความยั่งยืน ในงาน Software Park Annual Conference 2009 จึงจัดให้มีการบรรยายพิเศษเรื่อง กลยุทธ์สีขาวในการสร้างสรรค์สังคมในยุคเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ โดยท่าน ว. วชิรเมธี (พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี)

          พระอาจารย์ ว. วชิรเมธี ได้แบ่งกลยุทธ์สีขาวออกเป็นสามภาค คือระดับบุคคล ระดับสังคม และระดับประเทศ ท่านกล่าวว่า กลยุทธ์สีขาว ก็คือ หลักธรรมนั่นเอง พระอาจารย์ใช้คำว่า "ลมตะวันออกกำลังพัดหวน" เพราะ หลังจากระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเต็ม รูปแบบพังพาบลงมา แม้แต่รางวัล โนเบลไพรซ์ ที่ให้กับนักเศรษฐศาสตร์ ล้วนแต่เป็นนักเศรษฐศาสตร์นอกกระแสทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นมูฮัมหมัด ยูนุส, อมาตยา เซน หรือแม้แต่พอล ครุกแมน

          มันบ่งบอกอะไรมันได้ บอกว่า

          "วันนี้แนวคิดของผู้นำโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว"

          กลยุทธ์สีขาว ในความหมายนี้ก็คือมโนธรรม อะไรก็ตามที่เอาธรรมเป็นตัวตั้ง คุณภาพชีวิตก็จะตามมา ฉะนั้นกลยุทธ์สีขาว ถ้าจะพูดในสามมิติ คือคุณภาพชีวิตที่ดี คุณภาพสังคมต้องน่าอยู่ คุณภาพประเทศต้องมีเกียรติภูมิ

          คุณภาพชีวิตที่ดี เกิดขึ้นได้อย่างไร

          เป็นที่น่าสังเกตว่า เงินไม่ได้เป็นตัววัดคุณภาพของชีวิต "หลายคนในโลกนี้มีเงินเดือนสูงมาก สูงกว่านายกรัฐมนตรี แต่มีคุณภาพชีวิตต่ำมาก มีความสุข ยากมาก แต่มีความทุกข์นี่ง่ายมาก ใช้เทคโนโลยีสูงมาก แต่สมาธิสั้นมาก"

          ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด พระอาจารย์ยกตัวอย่างท่านตีชนัท ฮันห์ ที่เคยเล่าให้ฟังถึงหลังบ้านซีอีโอคนหนึ่งที่บินมาเจริญกรรมฐาน ผู้ชายคนนั้นชื่อเฟรดเดอร์ริก เป็น ซีอีโอระดับสูงของบริษัทข้ามชาติ ในขณะที่เขาประสบความสำเร็จล้นในฐานะผู้บริหาร แต่เขาเริ่มลดเวลาที่ใช้ในบ้านลง ถึงวันเกิดลูกก็โทร.มาอวยพร วันครบรอบแต่งงานภรรยาเตรียมเค้กเอาไว้ เขาก็บอกว่าอยู่ในห้องประชุม หนักๆ เข้าไม่กลับบ้านเลย 

          เฟรดเดอร์ริกให้เหตุผลว่า ที่ทำทั้งหมดก็เพื่อภรรยาและลูก แต่ที่สำคัญก็คือเขาทิ้งบริษัทไม่ได้ ถ้าขาดเขาสามวัน บริษัทไปต่อไม่ได้ถึงสามปี เฟรดเดอร์ริกไปทำธุรกิจแล้วประสบอุบัติเหตุรถชนประสานงาเสียชีวิตในซากรถ ภรรยาร้องไห้เสียใจมาก จนผู้บริหารของบริษัทท่านหนึ่งต้องโทร.มาปลอบว่า คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะ ทางเราดูแลทุกอย่าง เรื่องงานไม่ต้องกังวลด้วย ตอนนี้เราได้ผู้บริหารคนใหม่มาแทนสามี คุณแล้ว

          "ยังไม่ทันถึงสามวัน บริษัทโทร.มาบอกว่าเขาหาคนใหม่ได้แล้ว ภรรยาเศร้าจนไม่รู้จะเศร้าอย่างไร"

          นี่คือตัวอย่างของคนในโลกทุนนิยมเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร เงินเดือนสูงมาก แต่คุณภาพชีวิตต่ำมากประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจ แต่ล้มเหลวในฐานะที่คุณเป็นมนุษย์

          เป็นสภาพชีวิตของมนุษย์ในรูปทุนนิยม เต็มรูปแบบที่มุ่งไปสู่กำไรสูงสุด จนหลงลืมบางอย่าง ของชีวิตไป นั่นก็คือ "คุณภาพชีวิต"

          ประเด็นต่อมาที่พระอาจารย์ได้ขยายความต่อ ก็คือกลยุทธ์สีขาว ต้องมาจากสังคมที่ดี ในเมืองไทย ปัญหาสังคมยังถูกละเลยอย่างสม่ำเสมอ วันดีคืนดี เดินๆ อยู่อาจจะมีคนกินยาบ้า เอาส้อมจิ้มคอก็ได้ แล้วอะไรคือหลักประกัน ถ้าเราจะเริ่มที่สังคม เราต้องทำอะไรบ้าง

          ในการบรรยายพูดถึงกรณีของการสุ่มตัวอย่างที่สำรวจใน 18 จังหวัด กรณี วัยรุ่นไทยเห็นว่า การคอร์รัปชั่น เป็นเรื่องที่ทำได้ ใครๆ ก็ทำกัน " ถ้าเด็กเหล่านี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน ศีลธรรม จริยธรรมมันพัง ไม่ต้องให้ใครมาตีให้พังหรอก มันพังเอง ประเทศทั้งประเทศพังเอง" ในขณะที่อเมริกา แม้แต่พระไทยที่ไปอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ตัวแทนจากภาครัฐก็ยังจะต้องเข้ามาดูแลจัดการให้กุฏิสำหรับ กรรมฐาน มีความเป็นอยู่ที่ดีพอ

          กลยุทธ์สีขาวในสังคม ที่พระอาจารย์ ว. วชิรเมธี อยากเห็น ก็คือสังคมที่มีความปรารถนาดี เหมือนกับเวลาที่คนไปดูหลินปิง "สังคมหลินปิง" สังคมที่มีแต่ข่าวดี

          ในส่วนของ "คุณภาพของประเทศ" กลยุทธ์สีขาว จะต้องเริ่มที่ผู้นำประเทศไอดอล ระดับผู้นำทางความคิด ที่แม้วันนี้ก็ยังอยู่ในวังวนระหว่างความเชื่อกับความจริง พระอาจารย์ได้ยกตัวอย่าง หลายตัวอย่างที่สะท้อนถึงความคิดของ คนระดับผู้นำ

          "เพราะเวลามีปัญหา เราก็จะออกแบบรัฐธรรมนูญออกมา จนกลายเป็นประเทศที่มีรัฐธรรมนูญมากที่สุดในโลก เราพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก เราก็จะกลับไปแก้ที่เดิม คือที่รัฐธรรมนูญ เราไม่ได้มาแก้ที่วิธีคิดของประเทศ ประเทศไทยเป็นประเทศที่แปลกมาก เราอยู่ในยุคโลกาภิวัตน์ ในยุคที่เรา ไม่ต้องการแปลคำว่า "ซอฟต์แวร์" เป็นภาษาไทย แต่ในวิธีคิด เราอยู่ใน ยุคก่อนประวัติศาสตร์"

          "เดือนที่แล้วอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ดาราสาวคนหนึ่งขับรถไปกองถ่ายแฉลบลงข้างทาง เธอให้สัมภาษณ์ว่ารอดเพราะหลวงปู่ทวดองค์นี้จริงๆ อาตมาดูยี่ห้อรถแล้ว อาตมาสงสารเบนซ์นะ เขาทำของเขามาดีมาก ระบบความปลอดภัย แต่ยกเครดิตให้หลวงปู่ทวดหมดเลย แล้วคนขับรถคันนี้เป็นดาราลูกครึ่งด้วยนะ คุณจะเปลี่ยนวิธีคิดไหม มันสะท้อน วิธีคิดที่มาก่อนประวัติศาสตร์ไหม"

          หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง" วันหนึ่งได้ยินผู้ใหญ่คนหนึ่งพูดว่า ประเทศไทยเรายังไงก็ไม่เข้าตาจนพวกคุณรู้ไหม เพราะอะไร ผู้สื่อข่าวนั่งงง ผมจะบอกให้ เมืองไทยมีเทวดาดีๆ รักษาเอาไว้แยะ อาตมานั่งดูข่าวอยู่ แล้วก็คิดว่า แล้วตอนนี้ ทำไมเทวดาเข้าเกียร์ว่าง กันหมดเลย"

          คำถามก็คือวิธีคิดที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลแบบนี้ ครอบงำทั้งประเทศได้ไง !

          สังคมไทยเป็นสังคมที่ชอบ "สะเดาะเคราะห์" แทนการ "คิดวิเคราะห์" ต่างประเทศเวลามีปัญหาเขาเรียกว่า "วิกฤต" แต่ในไทยเราเรียกว่า "มีเคราะห์" เราจะออกจากทางตันตรงนี้ไม่ได้ ถ้าเราไม่เปลี่ยนวิธีคิดของคนไทยทั้งประเทศ

          วิธีคิดที่เราติดอยู่ ในตอนนี้ก็คือถือมั่นใน "ทิฐิ มานะ" อุดมคติที่ผิด เมื่อเผยแพร่ออกไป ฆ่าคนได้นับแสนนับล้านคน อันตรายยิ่งกว่าระเบิดนิวเคลียร์นะ เพราะรัศมีการทำลายล้างไม่ถูกจำกัด ไปได้ทั่วโลก

          กรณีของศรีลังกา ก็เป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่สู้รบมายาวนานถึงสามสิบปี

          คำถามของอาตมาคือคุ้มไหมที่จะพิทักษ์อุดมการณ์เพียงอย่างเดียว แต่คนในประเทศนั้นตายหมด คุณภาพชีวิต สังคมประเทศก็ดี ที่มันเกิดขึ้น และเป็นไปในเวลานี้ อาตมาคิดว่า ผิดสำแดงอย่างยิ่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องกลับมาทบทวนคุณภาพชีวิตสังคม และประเทศ เพื่อบริหารชีวิต สังคม และประเทศให้เป็นชีวิตที่พึงประสงค์

          สังคมที่พึงประสงค์ และประเทศที่พึงประสงค์ จะต้องหยิบยกเอากลยุทธ์ สีขาวมาใช้ นั่นคือธรรมะนำทาง ถ้าเราเอาวัตถุนิยมล้วนๆ นำทาง เราจะเจอทางตัน เหมือนที่โลก ถูกตบหน้าด้วยวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ในเวลานี้แล้วสะเทือนทั่วทั้งโลกในเวลานี้ปัญญาชนทั่วโลกกำลังกลับ หลังหันแล้วแสวงหาหลักคิดใหม่ บางทีอาจจะต้องส่งออกจากประเทศไทย เพราะประเทศไทยได้สั่งสมเอาภูมิธรรมที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่งเอาไว้ในประเทศ ไทยอย่างสมบูรณ์ที่สุด นั่นก็คือเราเป็นบ้านเมืองที่มีสันติภาพ สยามเมืองยิ้ม ความอยู่เย็นเป็นสุขที่เราเคยมี ถ้าเรานำกลับมาได้ โลกก็จะเปลี่ยนตามเรา

          ทั้งหมดนี้พูดเพราะอยากให้มีความหวัง เพราะมนุษย์มักเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากความล้มเหลว และมนุษย์ มักจะล้มเหลวได้มากที่สุดจากความสำเร็จ

Last Updated ( Monday, 12 October 2009 12:39 )
 
ข่าวจากการสัมมนา PDF Print E-mail
  
Wednesday, 27 May 2009 11:15
วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6753 ข่าวสดรายวัน


วิกฤตศก.แห่ทำธุรกิจหมอดู-ร.ร.ธรรมะ




นายสมชาย หาญหิรัญ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยในงานสัมมนาเรื่อง "DIE HARD SMEs วิธีอยู่รอดบนภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต" ว่า ในช่วงวิกฤตแบบนี้อย่าถูกหลอกด้วยตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) เพราะถ้าเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปีนี้คงติดลบมากแน่นอน แต่เชื่อว่าตัวเลขการขยายตัวช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้จะต้องดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนแน่นอน เนื่องจากไตรมาส 4 ของปี"51 การขยายตัวต่างๆ อยู่ในระดับติดลบมหาศาล แต่ถ้าเทียบตัวเลขการขยายตัวเดือนต่อเดือน ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้จะเห็นว่าบางอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัวขึ้นบ้างแล้ว

ด้านนายตัน ภาสกรนที ประธานกรรมการบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงมุมมองการทำธุรกิจให้อยู่รอดในภาวะวิกฤตแบบนี้ว่า มองว่าธุรกิจวันนี้เหมือนสึนามิที่พอผ่านไป 5 ชั่วโมงก็จะรู้ว่าใครจะอยู่รอด ดังนั้นจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันมากนัก เพราะจะยิ่งทำให้รู้สึกท้อแท้และบั่นทอนกำลังใจการทำงาน โดยต้องยอมรับว่าวิกฤตยังมีหนักกว่านี้อีก และเชื่อว่าเมื่อธุรกิจไหนที่เวลาลงหนัก เวลาขึ้นก็แรงเท่ากัน

นางบุญเจือ วงษ์เกษม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้สนใจมาขอลงทะเบียนสมัครเป็นผู้ประกอบการใหม่ (เอ็นอีซี) มากถึง 1.4 หมื่นราย โดยทางกรมส่งเสริมฯ ได้คัดเลือกผู้ประกอบการเหลือเพียง 7 พันราย และคาดว่าน่าจะเกิดผู้ประกอบการใหม่เพียง 1.4 พันรายเท่านั้น เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ 20% กว่า ที่ถูกคัดออกเป็นเด็กจบใหม่ที่ยังขาดความรู้และขาดประสบการณ์

"ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้ธุรกิจที่มีผู้ประกอบการสนใจขอรับคำปรึกษามาก คือหมอดู ซึ่งในระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่เคยเห็นคนสนใจทำธุรกิจหมอดูมากแบบนี้มาก่อน นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการสนใจที่จะตั้งโรงเรียนสอนธรรมะ ดนตรี และติวเตอร์ ส่วนธุรกิจภาคการค้าและการผลิตช่วงนี้คงเกิดยาก เพราะต้องใช้เงินลงทุนเยอะ" นางบุญเจือกล่าว
Last Updated ( Saturday, 30 May 2009 13:52 )
 
ข่าวจากการสัมมนา PDF Print E-mail
  
Wednesday, 27 May 2009 11:12
ธุรกิจหมอดู/สอนธรรมะบูม

โพสต์ทูเดย์ วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ระบุผู้ประกอบการใหม่สนใจทำธุรกิจหมอดู เปิดโรงเรียนธรรมะ ดนตรี เพิ่มมากขึ้น

 

นาง บุญเจือ วงษ์เกษม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยในงานสัมมนา “DIE HARD SMEs วิธีอยู่รอดบนภาวะวิกฤตซ้อน วิกฤต” ว่า ปัจจุบันมีผู้สนใจขอลงทะเบียน สมัครเป็นผู้ประกอบการใหม่ (เอ็นอีซี) มาก 1.4 หมื่นราย

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ซึ่งสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ จะเป็นผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจหมอดู เป็นกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นคนสนใจทำธุรกิจหมอดูมากแบบนี้มาก่อน โดยเฉพาะสอนดูดวง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยม และภาคธุรกิจต่างก็สนใจพึ่งพาหมอดูเพื่อเป็นที่พึ่งทางจิตใจ

รวม ทั้งเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าการตลาดสูงมาก ต่างจากธุรกิจอื่นทั้งการค้าและการผลิต มักจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก จนหลายรายต้องปิดกิจการ

นอก จากนี้ ยังมีผู้ประกอบการสนใจที่จะตั้งโรงเรียนสอนธรรมะ ดนตรี และติวเตอร์ ส่วนธุรกิจภาคการค้าและการผลิตช่วงนี้คงเกิดยาก เพราะต้องใช้เงินลงทุนเยอะ

ผู้อำนวยการกรมส่งเสริมฯ กล่าวว่า จะคัดผู้ประกอบการใหม่ 1.4 หมื่นราย เหลือ 7,000 ราย และคาดจะสร้างผู้ประกอบการใหม่ได้ 1,400 ราย

“ที่ ผ่านมากรมไม่เคยเจอ ผู้ประกอบการใหม่ที่เปิดธุรกิจเปิดสอนดูดวง แต่ปีนี้เริ่มมี เพราะเชื่อว่าจะมีคนสนใจมาเรียนมาก เพราะผู้ที่เรียนจบและมีใบรับรอง เปิดกิจการดูดวงได้ หรือเรียนรู้เพื่อดู ดวงให้กับเพื่อนในกลุ่ม นอกจากนี้ เอสเอ็มอียังสนใจเปิดกิจการติวเตอร์ เพื่อสอนความรู้แก่ผู้ที่ต้องการสอบในแต่ละสาขา รวมถึงโรงเรียนสอนดนตรีและโรงเรียนฝึกสุนัข” นางบุญเจือ กล่าว

สำหรับ ตั้งแต่ปี 2545 ถึงปัจจุบัน กรมสร้างผู้ประกอบการใหม่ 8,000 ราย คาดจะอยู่รอด 50% เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ เงินทุนและยอดขายที่ลดลง โดยกลุ่มที่ปิดกิจการส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมชิ้นส่วน ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ สมุนไพร กาแฟ

ด้านนายสมชาย หาญหิรัญ รอง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า 3 ไตรมาสในปีนี้ คาดว่าตัวเลขทุกอย่างจะติดลบแน่ ทั้งการส่งออก การเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่หากเทียบเป็น รายเดือนจะเห็นสัญญาณว่าดีขึ้น

Last Updated ( Saturday, 30 May 2009 13:51 )
 
<< Start < Prev 1 2 Next > End >>

Page 1 of 2