NECNETWORK: เครือข่ายผู้ประกอบการใหม่

General News
คู่มือรับสถานการณ์น้ำท่วม PDF Print E-mail
  
Thursday, 06 October 2011 18:02

 เหตุการณ์ อุทกภัยที่เกิดขึ้นในรอบหลายปีที่ผ่านมาได้ได้สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและ ทรัพย์สินของประชาชนและหน่วยงานในพื้นที่น้ำท่วม โดยทางรัฐและหน่วยงานที่มีหน้าที่ความรับผิดชอบต้องกรทำการป้องกันและฟื้นฟู ระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญก่อน อาจไม่สามารถให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนได้อย่างทันที ดังนั้นประชาชนจึงควรมีความพร้อมในการเตรียมรับสถานการ์น้ำท่วมเพื่อป้องกัน และบรรเทาภัยที่จะเกิดขึ้นได้                       

การเตรียมการก่อนน้ำท่วม
           การป้องกันตัวเองและความสียหายจากน้ำท่วม ควรมีการเตรียมการไว้ล่วงหน้า เพราะหากรอให้มีการเตือนภัยเวลามักไม่เพียงพอ  รู้จักกับภัยน้ำท่วมของคุณ สอบถามหน่วยงานที่มีการจัดการด้านน้ำท่วม ด้วยคำถามดังต่อไปนี้
            - ภายในละแวกใกล้เคียงในรอบหลายปี เคยเกิดน้ำท่วมสูงที่สุดเท่าไร
            - เราสามารถคาดคะเนความเร็วน้ำหรือโคลนได้หรือไม่
            - เราจะได้การเตือนภัยล่วงหน้าก่อนที่น้ำจะมาถึงเป็นเวลาเท่าไหร่
            - เราจะได้รับการเตือนภัยอย่างไร
            - ถนนเส้นใดบ้าง ในละแวกนี้ที่จะถูกน้ำท่วมหรือจะมีสิ่งกีดขวาง

การรับมือสำหรับน้ำท่วมครั้งต่อไป
            1. คาดคะเนความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับทรัพย์สินของคุณเมื่อเกิดน้ำท่วม
            2. ทำความคุ้นเคยกับระบบการเตือนภัยของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและขี้นตอนการอพยพ
            3. เรียนรู้เส้นทางการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด จากบ้านไปยังที่สูงหรือพื้นที่ปลอดภัย
            4. เตรียมเครื่องมือรับวิทยุแบบพกพา อุปกรณ์ทำอาหารฉุกเฉินแหล่งอาหารและไฟฉาย รวมทั้งแบตเตอร์รี่สำรอง
            5. ผู้คนที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงต่อภัยน้ำท่วม ควรจะเตรียมวัสดุ เช่น กระสอบทราย แผ่นพลาสติก ไม้แผ่น ตะปู กาวซิลิโคน เพื่อใช้ป้องกันบ้านเรือน และควรทราบแหล่งวัตถุที่จะนำมาใช้
            6. นำรถยนต์และพาหนะไปเก็บไว้ในพื้นที่ซึ่งน้ำไม่ท่วมถึง
            7. ปรึกษาและทำข้อตกลงกับบริษัทประกันภัย เกี่ยวกับการประกันความเสียหาย
            8. บันทึกหมายเลขโทรศัพท์สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉินและเก็บไว้ตามที่จำง่าย
            9. รวบรวมของใช้จำเป็นและเสบียงอาหารที่ต้องการใช้ ถายหลังน้ำท่วมไว้ในที่ปลอดภัยและสูงกว่าระดับที่คาดว่าน้ำจะท่วมถึง
          10. ทำบันทึกรายการทรัพย์สินมีค่างทั้งหมด ถ่ายรูปหรือวีดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐาน
          11. เก็บ บันทึกรายการทรัพย์สิน เอกสารสำคัญและของมีค่าอื่นๆ ในสถานที่ปลอดภัยห่างจากบ้านหรือห่างไกลจากที่น้ำท่วมถึง เช่น ตู้เซฟที่ธนาคาร หรือไปรษณีย์
          12. ทำแผนการรับมือน้ำท่วม และถ่ายเอกสารเก็บไว้เป็นหลักฐานที่สังเกตุได้ง่าย และติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันน้ำท่วมที่เหมาะสมกับบ้านของคุณ


ถ้าคุณคือพ่อแม่
           - ทำหารซักซ้อมและให้ข้อมูลแก่บุตรหลานของคุณ ขณะเกิดน้ำท่วม เช่น ไม่สัมผัสเครื่องใช้ไฟฟ้า ปลั๊กไฟ หลีกเลี่ยงการเล่นน้ำและอยู่ใกล้เส้นทางน้ำ
           - ต้องการทราบหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉินของหน่วยงานท้องถิ่น
           - ต้องการทราบแผนฉุกเฉินสำหรับ โรงเรียนที่บุตรหลานเรียนอยู่
           - เตรีมแผนการอพยพสำหรับครอบครัวของคุณ
           - จัดเตรียมกระสอบทราย เพื่อกันน้ำไม่ให้เข้าสู่บ้านเรือน
           - ต้องมั่นใจว่าเด็กๆ ได้รับทราบแผนการรับสถานการณ์น้ำท่วมของครอบครัวและของโรงเรียน
 

การทำแผนรับมือน้ำท่วม
           การจัดทำแผนรับมือน้ำท่วม จะช่วยให้คุณนึกถึงสิ่งต่างๆ ที่จะต้องทำหลังได้รับการเตือนภัยเดินสำรวจทั่วทั้งบ้านด้วยคำแนะนำที่กล่าว มา พร้อมทั้งจดบันทึกด้วยว่าจะจัดการคำแนะนำอย่างไร ในช่วงเวลาที่ทุกๆ คนเร่งรีบและตื่นเต้นเนื่องจากภัยคุกคาม สิ่งที่สำคัญที่จะลืมไม่ได้ก็คือ หมายเลขโทรศัพท์ต่างๆ ที่สำคัญไว้ในแผนด้วย

 

ถ้าคุณมีเวลาเล็กน้อยหลังการเตือนภัย :
สิ่งที่ต้องทำและมีในแผน
           - สัญญาเตือนภัยฉุกเฉิน และสถานีวิทยุ หรือสถานีโทรทัศน์ที่รายงานสถานการณ์
           - รายชื่อสถานที่ 2 แห่งที่สมาชิกในครอบครัวสามารถพบกันได้หลังจากพลัดหลงโดยสถานที่แรกให้อยู่ ใกล้บริเวณบ้านและอีกสถานที่อยู่นอกพื้นที่ที่น้ำท่วมถึง

ระดับการเตือนภัยน้ำท่วม
ลักษณะการเตือนภัยมี 4 ประเภท คือ

          1. การเฝ้าระวังน้ำท่วม : มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดน้ำท่วมและอยู่ในระหว่างสังเกตุการณ์
          2. การเตือนภัยน้ำท่วม : เตือนภัยจะเกิดน้ำท่วม
          3. การเตือนภัยน้ำท่วมรุนแรง : เกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง
          4. ภาวะปกติ : เหตุการณ์กลับสู่ภาวะปกติหรือเป็นพื้นที่ไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะน้ำท่วม

สิ่งที่คุณควรทำ : หลังจากได้รับการเตือนภัยจากหน่วยงานด้านเตือนภัยน้ำท่วม

          1. ติดตามการประกาศเตือนภัยจากสถานีวิทยุท้องถิ่น โทรทัศน์หรือรถแจ้งข่าว
          2. ถ้ามีการเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันและคุณอยู่ในพื้นที่หุบเขาให้ปฎิบัติดังนี้
                  - ปีนขึ้นที่สูงให้เร็วสุดเท่าที่จะทำได้
                  - อย่าพยายานำสัมภาระติดตัวไปมากเกินไป ให้คิดว่าชีวิตสำคัญที่สุด
                  - อย่าพยายามวิ่งหรือขับรถผ่านบริเสณน้ำหลาก
          3. ดำเนินการตามแผนรับมือน้ำท่วมที่ได้วางแผนไว้แล้ว
          4. ถ้ามีการเตือนภัยการเฝ้าระวังน้ำท่วมจะยังมีเวลาในการเตรียมแผนรับมือน้ำท่วม
          5. ถ้ามีการเตือนภัยน้ำท่วมและคุณอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมถึง
              ควรปฎิบัติดังนี้
                 - ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและแก๊ซถ้าจำป็น
                 - อุดปิดช่องน้ำทิ้งอ่างล่างจาน
                 - พื้นที่ห้องน้ำและสุขภัณฑ์ที่น้ำสามารถไหลเข้าบ้าน
                 - อ่านวิธีการที่ทำให้ปลอดภัยจากเหตุการณ์น้ำท่วมเมื่ออยู่นอกบ้าน
                 - ล็อคประตูบ้านและอพยพขึ้นที่สูง
               - ถ้าไม่มีที่ปลอดภัยบนที่สูง ให้ฟังข้อมูลจากวิทยุหรือโทรทัศน์เกี่ยวกับสถานที่หลบภัยของหน่วยงาน
          6. หากบ้านพักอาศัยของคุณไม่ได้อยู่ในที่น้ำท่วมถึง
               - อ่านวิธีการที่ทำให้ความปลอดภัยเมื่ออยู่ในบ้าน
          7. หากบ้านพักอาศัยของคุณไม่ได้อยู่ในที่น้ำท่วมถึงแต่อาจมีน้ำท่วมในห้องใต้ดิน
              - ปิดอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าในห้องใต้ดิน
              - ปิดแก็ซหากคาดว่าน้ำจะท่วมเตาแก็ซ
              - เคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นข้างบน
              - ห้ามอยู่ในห้องใต้ดิน เมื่อมีน้ำท่วมถีงบ้าน

น้ำท่วมฉับพลัน
           คือ น้ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากในบริเวณที่ลุ่มต่ำ ในแม่น้ำ ลำธารหรือร่องน้ำที่เกิดจากฝนที่ตกหนักมากติดต่อกันหรือจากพายุฝนที่เกิดซ้ำที่หลายครั้ง น้ำป่าอาจเกิดจากที่สิ่งปลูกสร้างโดยมนุษย์ เช่น เขื่อนหรือฝายพังทลาย
            - ถ้าได้ยินการเตือนภัยน้ำท่วมฉับพลันให้วิ่งไปบนที่สูงทันที
            - ออกจารถและที่อยู่ คิดอย่างเดียวว่าต้องหนี
            - อย่าพยายามขับรถหรือวิ่งย้อนกลับไปทางที่ถูกน้ำท่วม

 

ปลอดภัยไว้ก่อนเมื่ออยู่นอกบ้าน
- ห้ามเดินตามเส้นทางที่น้ำไหล
            มีผู้คนจำนวนมากเสียชีวิตจากจมน้ำตายในขณะที่น้ำกำลังมาความสูงของน้ำแค่ 15 ซม. ก็ทำให้เสียหลักล้มได้ ดังนั้นถ้ามีความจำเป็นต้องเดินผ่านที่น้ำไหลให้ลองนำไม้จุ่มเพื่อวัดระดับ น้ำก่อนทุกครั้ง

- ห้ามขับรถในพื้นที่ที่กำลังโดนน้ำท่วม
            การ ขับรถในพื้นที่ที่น้ำท่วมมีความเสียงสูงมากที่จะจมน้ำ หากเห็นป้ายเตือนตามเส้นทางต่างๆ ห้ามขับรถเข้าไปเพราะอาจมีอันตรายข้างหน้า น้ำสูง 50 ซม. พัดรถยนต์จักรยสานยนต์ให้ลอยได้

- ห้ามเข้าใกล้อุปกรณ์ไฟฟ้าและสาย :
           กระแส ไฟฟ้าสามารถวิ่งผ่านได้ เมื่อเกิดน้ำท่วมแต่ละครั้งจะมีผู้เสียชีวิต เนื่องจากไฟดูดมากกว่าสาเหตุอื่นๆ เมื่อเห็นสายไฟหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าชำรุดเสียหายกรุณาแจ้ง 191 หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


หลังน้ำท่วม

3 ขั้นตอนที่คุณควรทำในวันแรก ๆ หลังจากเหตุการณ์น้ำท่วม
ขั้นตอนที่ 1 : เอาใจใส่ตัวเอง
            หลังผ่านเหตุการณ์น้ำท่วม คุณและครอบครัวอาจเกิดความซึมเศร้า และต้องใช้เวลากลับสู่ภาวะปกติอย่าลืมว่าเหตุการณ์น้ำท่วมนั้นอาคารบ้าน เรือน ได้รับความเสียหาย คุณต้องดูแลตัวเองและครอบครัว พร้อมกับการบูรณะบ้านให้กลับบ้านเหมือนเดิม อุปสรรคที่สำคัญคือ ความเครียด รวมทั้งปัญหาอื่น เช่น นอนหลับยาก ฝันร้ายและปัญหาทางกาย โรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งคุณและครอบครัวควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้

            1. ให้เวลากับครอบครัวเพราะความอบอุ่นในครอบครัวอาจช่วยเยี่ยวยารักษาได้ดี
            2. พูดคุยปัญหากลับเพื่อนและครอบครัว ร่วมแบ่งปันความกังวลจะช่วยให้ได้ระบายและผ่อนคลายความเครียด
            3. ผักผ่อนและกินอาหารที่เป็นประโยชน์ เพราะมีปัญหาทั้งความเครียดและทางกายเพิ่มขึ้นเมื่อร่างกายอ่อนแอ
            4. จัดรำดับสิ่งที่จำเป็นต้องทำตามลำดับก่อนหลังและค่อย ๆ ทำ
            5. ขอความช่วยเหลือจากจิตแพทย์เมื่อเกิดอาการซึมเศร้าจนที่จะรับมือได้
            6. ดูแลเด็กๆให้ดี และโปรดเข้าใจเด็กมีความตื่นกลัวไม่แพ้กัน และอย่าตำหนิเด็กที่มีพฤติกรรมแลก ๆ หลังจากน้ำท่วม เช่น ฉี่รดที่นอน ดูดนิ้วโป้งหรืเกาะคุณอยู่ตลอดเวลา จำไว้ว่าเด็กพึ่งผ่านเหตุการณ์ที่รุนแรงในชีวิต
           7. ระวังเรื่องสุขอนามัย เมื่ออยู่ในพื้นที่เคยน้ำท่วม

ขั้นตอนที่ 2 การจัดการดูแลบ้านของคุณ
           ที่ผ่านมามีผู้คนจำนวนมากเสียชีวิตเนื่องจากน้ำท่วมส่วนใหญ่เกิดจากถูกไฟดูด หรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากน้ำลดสิ่งแรกที่ต้องทำเมื่อกลับบ้านคือ การตรวจสอบความปลอดภัย ก่อนเข้าบูรณะและอยู่อาศัย โดยมีขั้นตอนดังนี้
          1.ปรับจูนคลื่นวิทยุโทรทัศน์ ฟังรายงานสถานการณ์
          2.ติดต่อบริษัทประกันภัย เพื่อตรวจสอบความเสียหาย และซ่อมแซมทรัพย์สินต่าง ๆ
          3.เดินตรวจตารอบ ๆ บ้าน และเซ็คสายไฟฟ้า สายถังแก็สโดยถ้าหากเกิดแก็สรั่วจะสามารถรู้ได้จากกลิ่นแก็สให้ระวังและรีบ โทรแจ้งร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่าย
          4.ตรวจสอบความเสียหายของโครงสร้าง ตัวบ้าน ระเบียง หลังคา ให้แน่ใจว่าโครงสร้างทุกอย่างปลอดภัย
          5.ตัดระบบไฟฟ้าที่จ่ายเข้าบ้าน
          6.ปิดวาล์วแก็สให้สนิทหากได้กลิ่นแก็สรั่วก่อไม่ควรเข้าใกล้บริเวณนั้น
          7.เข้าไปในบ้านอย่างระมัดระวัง แลพอย่าใช้วัสดุที่ทำให้เกิดประกายไฟ
          8.ถ่ายรูปความเสียหาย เพื่อเรียกร้องค่าชดเชยจากประกัน (ถ้ามี)
          9.เก็บกู้สิ่งของที่มีค่า และห่อหุ้มรูปภาพหรือเอกสารสำคัญ
        10.เก็บกวาดทำความสะอาดบ้าน เปิดหน้าต่างและประตู เพื่อระบายอากาศ และตรวจสอบความมั่นคงของโครงสร้างพื้นฐานของสิ่งก่อสร้างต่าง ๆ
         11.ซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหาย
         12.เก็บกวาดกิ่งไม้หรือสิ่งปฏิกูลในบ้าน
         13.ตรวจ หารอยแตกหรือรั่วของท่อน้ำถ้าพบให้ปิดวาฃ์วตรงมิเตอร์น้ำ และไม่ควรดื่มและประกอบอาหารด้วยน้ำจากก๊อกน้ำ จนกว่าจะรู้ว่าสะอาดและปลอดภัย
          14 ระบายน้ำออกจากห้องใต้ดินอย่างช้า ๆ เนื่องจากแรงดันน้ำภายนอกอาจจะมากจนทำให้เกิดรอยแตกของผนังหรืพื้นห้องใต้ดิน
          15.กำจัดตะกอนที่มาจากน้ำเนื่องจากเซื้อโรคส่วนมากมักจะมาจากตะกอน

โรคที่มากับน้ำท่วม
โรคน้ำกัดเท้าและผื่นคัน
           เกิด ขึ้นได้ก็เพราะผิวหนังเท้าของเรา โดยเฉพาะที่ง่ามเท้าเกิดเปียกชื้นและสกปรก เวลาที่เท้าสกปรก สิ่งสกปรกจะเป็นอาหารอย่างหนึ่งที่ทำให้เชื้อราหรือเชื้อโรคเจริญเติบโตได้ ดี เท้าที่แช่น้ำหรือเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา จะทำให้ผิวหนังที่เท้าอ่อนส่วนผิว ๆของหนังจะเปื่อยและหลุดออก เศษผิวหนังที่เปื่อยนี้จะทำให้เชื้อโรคที่ปลิวไปปลิวมาเกาะติดได้ง่าย และผิวที่เปื่อยก็เป็นอาหารของเชื้อราได้ดี เชื้อราจึงไปอาศัยทำให้เกิดแผลเล็กๆขึ้นตามซอกนิ้วเท้าเกิดเป็นโรคน้ำกัด เท้าขึ้น
โรคน้ำกัดเท้า มักพบว่ามีอาการคันและอักเสบตามซอกนิ้วเท้า (หรือนิ้วมือ) และถ้ามีเชื้อแบคทีเรียเข้าแทรกซ้อนด้วย ก็จะทำให้อักเสบเป็นหนอง และเจ็บปวดจนเดินลำบากได้

ไข้หวัด
          ไข้หวัดเป็นการติดเชื้อของจมูก และคอ บางครั้งเรียก upper respiratory tract infection URI เกิดจากเชื้อไวรัสซึ่งรวมเรียกว่า Coryza viruses ประกอบด้วย Rhino-viruses เป็นสำคัญ เชื้อชนิดอื่นๆมี Adenoviruses, Respiratory syncytial virus เมื่อเชื้อเข้าสู่จมูก และคอจะทำให้เยื่อจมูกบวม และแดง มีการหลังของเมือกออกมาแม้ว่าจะเป็นโรคที่หายเองใน 1 สัปดาห์แต่เป็นโรคที่นำผู้ป่วยไปพบแพทย์มากที่สุดโดยเฉลี่ยเด็กจะเป็นไข้ หวัด 6-12 ครั้งต่อปี ผู้ใหญ่จะเป็น 2-4 ครั้ง ผู้หญิงเป็นบ่อยกว่าผู้ชายเนื่องจากใกล้ชิดกับเด็ก คนสูงอายุอาจจะเป็นปีละครั้ง


โรคเครียดวิตกกังวล
           ความเครียดเป็นระบบเตือนภัยของร่างกายให้เตรียมพร้อมที่กระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่ง การมีความเครียดน้อยเกินไปและมากเกินไปไม่เป็นผลดีต่อสุขภาพ ส่วนใหญ่เข้าใจว่าความเครียดเป็นสิ่งไม่ดีมันก่อให้เกิดอาการปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ หัวใจเต้นเร็ว แน่นท้อง มือเท้าเย็น แต่ความเครียดก็มีส่วนดีเช่น ความตื่นเต้นความท้าทายและความสนุก สรุปแล้วความเครียดคือสิ่งที่มาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตซึ่งมี่ทั้ง ผลดีและผลเสีย

โรคตาแดง
           โรคตาแดงเป็นโรคตาที่พบได้บ่อย เป็นการอักเสบของเยื่อบุตา(conjuntiva)ที่คลุมหนังตาบนและล่างรวมเยื่อบุตา ที่คลุมตาขาว โรคตาแดงอาจจะเป็นแบบเฉียบพลัน หรือแบบเรื้อรัง สาเหตุอาจจะเกิดจากเชื้อแบคทีเรีบ ไวรัส Chlamydia trachomatis ภูมิแพ้ หรือสัมผัสสารที่เป็นพิษต่อตา สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส มักจะติดต่อทางมือ ผ้าเช็ดหน้าหรือผ้าเช็ดตัวโดยมากใช้เวลาหาย 2 สัปดาห์ ตาแดงจากโรคภูมิแพ้มักจะเป็นตาแดงเรื้อรัง มีการอักเสบของหนังตา ตาแห้ง การใช้contact lens หรือน้ำยาล้างตาก็เป็นสาเหตุของตาแดงเรื้อรัง

โรคอุจาจระร่วง
           โรคอุจจาระร่วง หมายถึง ภาวะที่มีการถ่ายอุจจาระเหลว จำนวน 3 ครั้งต่อกันหรือมากกว่า หรือถ่ายเป็นน้ำมากกว่า 1 ครั้ง ใน 1 วัน หรือถ่ายเป็นมูกหรือปนเลือดอย่างน้อย 1 ครั้ง สาเหตุเกิดจากการติดเชื้อในลำไส้จากเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว ปรสิตและหนอนพยาธิ สถานีอนามัย โรงพยาบาลชุมชนในประเทศไทยมักจะหาสาเหตุของเชื้อโรคที่ก่อให้เกิดอาการ อุจจาระร่วงไม่ได้ ก็จะให้การวินิจฉัยจากอาการ อาการแสดงและลักษณะอุจจาระได้แก่ บิด (Dysentery) อาหารเป็นพิษ (Food poisoning) ไข้ทัยฟอยด์ (Typhoid fever) เป็นต้น ในกรณีที่มีอาการของโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลันไม่ใช่โรคดังกล่าวข้างต้น และอาการไม่เกิน 14 วัน ก็จะรายงานเป็นโรคอุจจาระร่วงเฉียบพลัน (Acute diarrhea)

 

แหล่งให้ความช่วยเหลือน้ำท่วม
หน่วยงานให้ความช่วยเหลือน้ำท่วม
หน่วยงานให้ความช่วยเหลือน้ำท่วมและหมายเลขสอบถามข้อมูลน้ำท่วมต่าง ๆ

1. ศูนย์รับบริจาคสิ่งของโคราช
     - หากต้องการบริจาคสิ่งของ ให้ไปที่ศาลากลาง จังหวัดนครราชสีมานะคะ
     - ต้องการบริจาคเงิน ติดต่อได้ที่เบอร์โทร 044-259-996-8, 044-259-993-4 หรือโอนมาได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “เงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย จ.นครราชสีมา” เลขบัญชี 301-0-86149-4

2. ศูนย์อำนวยการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จังหวัดนครราชสีมา
      - สามารถสอบถามและขอความช่วยเหลือได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 044-342652-4 และ 044-342570-7

3. โรงพยาบาลมหาราช จ.นครราชสีมา
      - สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 086-251-2188 ตลอด 24 ชั่วโมง
      - ทางโรงพยาบาลมีความต้องการน้ำดื่มบรรจุขวด นมกล่อง และอาหารแห้ง รวมทั้งของใช้เบ็ดเตล็ดผู้ป่วย เช่น ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ผ้าอนามัย เป็นจำนวนมาก
      - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขานครราชสีมา บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา” เลขที่บัญชี 301-3-40176-1

4. กรมอุตุนิยมวิทยา
       - เว็บไซต์ tmd.go.th
       - สายด่วนกรมอุตุนิยมวิทยา โทร. 1182
       - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพมหานคร (AM 1287 KHz) โทร. 02-383-9003-4, 02-399-4394
        - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.นครราชสีมา (FM 94.25 MHz)โทร. 044-255-252
        - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.พิษณุโลก (FM 104.25 MHz) โทร. 055-284-328-9
        - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ระยอง (FM 105.25 MHz) โทร. 038-655-075, 038-655-477
        - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ภูเก็ต (FM 107.25 MHz) โทร. 076-216-549
        - สถานีวิทยุกระจายเสียงกรมอุตุนิยมวิทยา จ.ชุมพร (FM 94.25 MHz) โทร. 077-511-421

5. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
        - เว็บไซต์ disaster.go.th
        - สายด่วนนิรภัย หมายเลขโทรศัพท์ 1784
         - ขบวนช่วยเหลือน้ำท่วมออกเรื่อย ๆ ขอรับบริจาคเน้นไปที่ น้ำ, ยาแก้ไข้, เสื้อ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-241-7450-6 แผนที่คลิกที่นี่

6. กรุงเทพมหานคร

         - สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย อาคารศาลาว่าการกทม.1 (เสาชิงช้า), ศาลาว่าการกทม.2(ดินแดง) และที่สำนักงานเขตทุกแห่งทั่วกรุงเทพฯ 50 แห่ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-354-6858
 

7. สภากาชาดไทย

        - สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-251-7853-6 , 02-251-7614-5 ต่อ 1603
        - สามารถบริจาคเงินไปได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์ ชื่อบัญชี “สภากาชาดไทยช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย” เลขที่บัญชี 045-3-04190-6 แล้วแฟ็กซ์ใบนำฝากพร้อมเขียนชื่อและที่อยู่มาที่ สำนักงานการคลัง สภากาชาดไทย ถึงหัวหน้าฝ่ายการเงิน หมายเลขโทรสาร 02-250-0120 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-256-4066-8
        - สามารถไปบริจาคสิ่งของได้ที่ สำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย 1871 ถนนอังรีดูนังต์ เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 หากมาจากถนนพระราม 4 ให้เลี้ยวตรงแยกอังรีดูนังต์ เมื่อเข้าสู่ถนนอังรีดูนังต์ให้ชิดซ้ายทันที เนื่องจากอยู่ต้นๆถนน (ทางด้านพระราม 4) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-251-7853-6 ต่อ 1603 หรือ 1102 หากเป็นวันหยุดราชการ ต่อ 1302 , 02-251-7614-5 หมายเลขโทรสาร 02-252-7976
        - สามารถลงทะเบียนร่วมเป็นอาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมได้ที่ http://www.rtrc.in.th/ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ หมายเลขโทรศัพท์ 02-251-7853-6 , 02-251-7614-5 ต่อ 1603 มาช่วยแพ็คชุดธารน้ำใจ หรือช่วยขนพวกข้าวสารอาหารแห้งขึ้นรถบรรทุก แต่มีเงื่อนไขอยู่ว่า ต้องการผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง และสามารถยกของหนักได้ (เพราะงานค่อนข้างหนัก และต้องยกของหนัก) เป็นผู้ชายก็จะดีมาก หากเราต้องการกำลังพล จะโทรศัพท์ไปติดต่อว่าจะสะดวกมาในวันที่เราแพ็คของหรือไม่ เป็นราย ๆ ไป

ข้อมูลจาก  http://www.cendru.net

 

 
กลอนเตือนสติ PDF Print E-mail
  
Saturday, 24 April 2010 20:29
            ธงชาติไทยไกวกวัดสะบัดพลิ้ว                         แลริ้วริ้วสลับงามเป็นสามสี

 

ผ้าผืนน้อยบางเบาเพียงเท่านี้                                       แต่เป็นที่รวมชีวิตและจิตใจ

 

ไทยรุ่นเยาว์ยืนเรียบระเบียบแถว                                   ดวงตาแน่วนิ่งตรงธงไสว

 

ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย                           ฟังคราใดเลือดซ่านแล่นพล่านทรวง

 

ผืนแผ่นดินถิ่นนี้ที่พำนัก                                              เราแสนรักและแสนจะแหนหวง

 

แผ่นดินไทยไทยต้องครองทั้งปวง                                 ชีพไม่ล่วงใครอย่าล้ำมาย่ำยี

 

เธอร้องเพลงชาติไทยมั่นใจเหลือ                                 พลีชีพเพื่อชาติที่รักทรงศักดิ์ศรี

 

เพลงกระหึ่มก้องฟ้าก้องธาตรี                                     แม้ไพรีได้ฟังยังถอนใจ

 

แต่สิ่งหนึ่งซึ่งไทยร้าวใจเหลือ                                      คือเลือดเนื้อเป็นหนอนคอยบ่อนไส้

 

บ้างหากินบนน้ำตาประชาไทย                                    บ้างฝักใฝ่ลัทธิชั่วน่ากลัวเกรง

 

ทุกวันนี้ศึกไกลยังไม่ห่วง                                            แต่หวั่นทรวงศึกใกล้ไล่ข่มเหง

 

ถ้าคนไทยหันมาฆ่ากันเอง                                         จะร้องเพลงชาติไทยให้ใครฟัง

 

 

 

 

             เครือข่ายผู้ประกอบการใหม่ขอประณามขบวนการก่อการร้ายที่มุ่งทำลายชีวิตคนไทยโดย

หวังผลเปลี่ยนแปลงการปกครองและมุ่งทำลายสถาบันฯ อันเป็นที่เคารพสูงสุดของคนไทย

และขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ไม่สงบทุกท่าน       

            

Last Updated ( Saturday, 24 April 2010 22:03 )
 
เปลี่ยนโลกด้วยกลยุทธ์สีขาว "ลมตะวันออกกำลังพัดหวน" : ว.วชิรเมธี PDF Print E-mail
  
Monday, 12 October 2009 12:09

จาก ประชาชาติธุรกิจ

 Monday, October 12, 2009

          ในสังคมที่ไร้ที่พึ่งพิงและดูเหมือนจะไร้ทางออก ทุกภาคส่วนต่างถามหาสังคมแห่งความยั่งยืน ในงาน Software Park Annual Conference 2009 จึงจัดให้มีการบรรยายพิเศษเรื่อง กลยุทธ์สีขาวในการสร้างสรรค์สังคมในยุคเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ โดยท่าน ว. วชิรเมธี (พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี)

          พระอาจารย์ ว. วชิรเมธี ได้แบ่งกลยุทธ์สีขาวออกเป็นสามภาค คือระดับบุคคล ระดับสังคม และระดับประเทศ ท่านกล่าวว่า กลยุทธ์สีขาว ก็คือ หลักธรรมนั่นเอง พระอาจารย์ใช้คำว่า "ลมตะวันออกกำลังพัดหวน" เพราะ หลังจากระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเต็ม รูปแบบพังพาบลงมา แม้แต่รางวัล โนเบลไพรซ์ ที่ให้กับนักเศรษฐศาสตร์ ล้วนแต่เป็นนักเศรษฐศาสตร์นอกกระแสทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นมูฮัมหมัด ยูนุส, อมาตยา เซน หรือแม้แต่พอล ครุกแมน

          มันบ่งบอกอะไรมันได้ บอกว่า

          "วันนี้แนวคิดของผู้นำโลกได้เปลี่ยนไปแล้ว"

          กลยุทธ์สีขาว ในความหมายนี้ก็คือมโนธรรม อะไรก็ตามที่เอาธรรมเป็นตัวตั้ง คุณภาพชีวิตก็จะตามมา ฉะนั้นกลยุทธ์สีขาว ถ้าจะพูดในสามมิติ คือคุณภาพชีวิตที่ดี คุณภาพสังคมต้องน่าอยู่ คุณภาพประเทศต้องมีเกียรติภูมิ

          คุณภาพชีวิตที่ดี เกิดขึ้นได้อย่างไร

          เป็นที่น่าสังเกตว่า เงินไม่ได้เป็นตัววัดคุณภาพของชีวิต "หลายคนในโลกนี้มีเงินเดือนสูงมาก สูงกว่านายกรัฐมนตรี แต่มีคุณภาพชีวิตต่ำมาก มีความสุข ยากมาก แต่มีความทุกข์นี่ง่ายมาก ใช้เทคโนโลยีสูงมาก แต่สมาธิสั้นมาก"

          ตัวอย่างที่เห็นได้ชัด พระอาจารย์ยกตัวอย่างท่านตีชนัท ฮันห์ ที่เคยเล่าให้ฟังถึงหลังบ้านซีอีโอคนหนึ่งที่บินมาเจริญกรรมฐาน ผู้ชายคนนั้นชื่อเฟรดเดอร์ริก เป็น ซีอีโอระดับสูงของบริษัทข้ามชาติ ในขณะที่เขาประสบความสำเร็จล้นในฐานะผู้บริหาร แต่เขาเริ่มลดเวลาที่ใช้ในบ้านลง ถึงวันเกิดลูกก็โทร.มาอวยพร วันครบรอบแต่งงานภรรยาเตรียมเค้กเอาไว้ เขาก็บอกว่าอยู่ในห้องประชุม หนักๆ เข้าไม่กลับบ้านเลย 

          เฟรดเดอร์ริกให้เหตุผลว่า ที่ทำทั้งหมดก็เพื่อภรรยาและลูก แต่ที่สำคัญก็คือเขาทิ้งบริษัทไม่ได้ ถ้าขาดเขาสามวัน บริษัทไปต่อไม่ได้ถึงสามปี เฟรดเดอร์ริกไปทำธุรกิจแล้วประสบอุบัติเหตุรถชนประสานงาเสียชีวิตในซากรถ ภรรยาร้องไห้เสียใจมาก จนผู้บริหารของบริษัทท่านหนึ่งต้องโทร.มาปลอบว่า คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะ ทางเราดูแลทุกอย่าง เรื่องงานไม่ต้องกังวลด้วย ตอนนี้เราได้ผู้บริหารคนใหม่มาแทนสามี คุณแล้ว

          "ยังไม่ทันถึงสามวัน บริษัทโทร.มาบอกว่าเขาหาคนใหม่ได้แล้ว ภรรยาเศร้าจนไม่รู้จะเศร้าอย่างไร"

          นี่คือตัวอย่างของคนในโลกทุนนิยมเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร เงินเดือนสูงมาก แต่คุณภาพชีวิตต่ำมากประสบความสำเร็จในแวดวงธุรกิจ แต่ล้มเหลวในฐานะที่คุณเป็นมนุษย์

          เป็นสภาพชีวิตของมนุษย์ในรูปทุนนิยม เต็มรูปแบบที่มุ่งไปสู่กำไรสูงสุด จนหลงลืมบางอย่าง ของชีวิตไป นั่นก็คือ "คุณภาพชีวิต"

          ประเด็นต่อมาที่พระอาจารย์ได้ขยายความต่อ ก็คือกลยุทธ์สีขาว ต้องมาจากสังคมที่ดี ในเมืองไทย ปัญหาสังคมยังถูกละเลยอย่างสม่ำเสมอ วันดีคืนดี เดินๆ อยู่อาจจะมีคนกินยาบ้า เอาส้อมจิ้มคอก็ได้ แล้วอะไรคือหลักประกัน ถ้าเราจะเริ่มที่สังคม เราต้องทำอะไรบ้าง

          ในการบรรยายพูดถึงกรณีของการสุ่มตัวอย่างที่สำรวจใน 18 จังหวัด กรณี วัยรุ่นไทยเห็นว่า การคอร์รัปชั่น เป็นเรื่องที่ทำได้ ใครๆ ก็ทำกัน " ถ้าเด็กเหล่านี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ไม่มีอะไรเป็นหลักประกัน ศีลธรรม จริยธรรมมันพัง ไม่ต้องให้ใครมาตีให้พังหรอก มันพังเอง ประเทศทั้งประเทศพังเอง" ในขณะที่อเมริกา แม้แต่พระไทยที่ไปอยู่ในแคลิฟอร์เนีย ตัวแทนจากภาครัฐก็ยังจะต้องเข้ามาดูแลจัดการให้กุฏิสำหรับ กรรมฐาน มีความเป็นอยู่ที่ดีพอ

          กลยุทธ์สีขาวในสังคม ที่พระอาจารย์ ว. วชิรเมธี อยากเห็น ก็คือสังคมที่มีความปรารถนาดี เหมือนกับเวลาที่คนไปดูหลินปิง "สังคมหลินปิง" สังคมที่มีแต่ข่าวดี

          ในส่วนของ "คุณภาพของประเทศ" กลยุทธ์สีขาว จะต้องเริ่มที่ผู้นำประเทศไอดอล ระดับผู้นำทางความคิด ที่แม้วันนี้ก็ยังอยู่ในวังวนระหว่างความเชื่อกับความจริง พระอาจารย์ได้ยกตัวอย่าง หลายตัวอย่างที่สะท้อนถึงความคิดของ คนระดับผู้นำ

          "เพราะเวลามีปัญหา เราก็จะออกแบบรัฐธรรมนูญออกมา จนกลายเป็นประเทศที่มีรัฐธรรมนูญมากที่สุดในโลก เราพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีก เราก็จะกลับไปแก้ที่เดิม คือที่รัฐธรรมนูญ เราไม่ได้มาแก้ที่วิธีคิดของประเทศ ประเทศไทยเป็นประเทศที่แปลกมาก เราอยู่ในยุคโลกาภิวัตน์ ในยุคที่เรา ไม่ต้องการแปลคำว่า "ซอฟต์แวร์" เป็นภาษาไทย แต่ในวิธีคิด เราอยู่ใน ยุคก่อนประวัติศาสตร์"

          "เดือนที่แล้วอ่านข่าวหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง ดาราสาวคนหนึ่งขับรถไปกองถ่ายแฉลบลงข้างทาง เธอให้สัมภาษณ์ว่ารอดเพราะหลวงปู่ทวดองค์นี้จริงๆ อาตมาดูยี่ห้อรถแล้ว อาตมาสงสารเบนซ์นะ เขาทำของเขามาดีมาก ระบบความปลอดภัย แต่ยกเครดิตให้หลวงปู่ทวดหมดเลย แล้วคนขับรถคันนี้เป็นดาราลูกครึ่งด้วยนะ คุณจะเปลี่ยนวิธีคิดไหม มันสะท้อน วิธีคิดที่มาก่อนประวัติศาสตร์ไหม"

          หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง" วันหนึ่งได้ยินผู้ใหญ่คนหนึ่งพูดว่า ประเทศไทยเรายังไงก็ไม่เข้าตาจนพวกคุณรู้ไหม เพราะอะไร ผู้สื่อข่าวนั่งงง ผมจะบอกให้ เมืองไทยมีเทวดาดีๆ รักษาเอาไว้แยะ อาตมานั่งดูข่าวอยู่ แล้วก็คิดว่า แล้วตอนนี้ ทำไมเทวดาเข้าเกียร์ว่าง กันหมดเลย"

          คำถามก็คือวิธีคิดที่ไม่เป็นเหตุเป็นผลแบบนี้ ครอบงำทั้งประเทศได้ไง !

          สังคมไทยเป็นสังคมที่ชอบ "สะเดาะเคราะห์" แทนการ "คิดวิเคราะห์" ต่างประเทศเวลามีปัญหาเขาเรียกว่า "วิกฤต" แต่ในไทยเราเรียกว่า "มีเคราะห์" เราจะออกจากทางตันตรงนี้ไม่ได้ ถ้าเราไม่เปลี่ยนวิธีคิดของคนไทยทั้งประเทศ

          วิธีคิดที่เราติดอยู่ ในตอนนี้ก็คือถือมั่นใน "ทิฐิ มานะ" อุดมคติที่ผิด เมื่อเผยแพร่ออกไป ฆ่าคนได้นับแสนนับล้านคน อันตรายยิ่งกว่าระเบิดนิวเคลียร์นะ เพราะรัศมีการทำลายล้างไม่ถูกจำกัด ไปได้ทั่วโลก

          กรณีของศรีลังกา ก็เป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่สู้รบมายาวนานถึงสามสิบปี

          คำถามของอาตมาคือคุ้มไหมที่จะพิทักษ์อุดมการณ์เพียงอย่างเดียว แต่คนในประเทศนั้นตายหมด คุณภาพชีวิต สังคมประเทศก็ดี ที่มันเกิดขึ้น และเป็นไปในเวลานี้ อาตมาคิดว่า ผิดสำแดงอย่างยิ่ง จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องกลับมาทบทวนคุณภาพชีวิตสังคม และประเทศ เพื่อบริหารชีวิต สังคม และประเทศให้เป็นชีวิตที่พึงประสงค์

          สังคมที่พึงประสงค์ และประเทศที่พึงประสงค์ จะต้องหยิบยกเอากลยุทธ์ สีขาวมาใช้ นั่นคือธรรมะนำทาง ถ้าเราเอาวัตถุนิยมล้วนๆ นำทาง เราจะเจอทางตัน เหมือนที่โลก ถูกตบหน้าด้วยวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ ในเวลานี้แล้วสะเทือนทั่วทั้งโลกในเวลานี้ปัญญาชนทั่วโลกกำลังกลับ หลังหันแล้วแสวงหาหลักคิดใหม่ บางทีอาจจะต้องส่งออกจากประเทศไทย เพราะประเทศไทยได้สั่งสมเอาภูมิธรรมที่ดีที่สุดแหล่งหนึ่งเอาไว้ในประเทศ ไทยอย่างสมบูรณ์ที่สุด นั่นก็คือเราเป็นบ้านเมืองที่มีสันติภาพ สยามเมืองยิ้ม ความอยู่เย็นเป็นสุขที่เราเคยมี ถ้าเรานำกลับมาได้ โลกก็จะเปลี่ยนตามเรา

          ทั้งหมดนี้พูดเพราะอยากให้มีความหวัง เพราะมนุษย์มักเรียนรู้ได้ดีที่สุดจากความล้มเหลว และมนุษย์ มักจะล้มเหลวได้มากที่สุดจากความสำเร็จ

Last Updated ( Monday, 12 October 2009 12:39 )
 
ข่าวจากการสัมมนา PDF Print E-mail
  
Wednesday, 27 May 2009 11:15
วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552 ปีที่ 19 ฉบับที่ 6753 ข่าวสดรายวัน


วิกฤตศก.แห่ทำธุรกิจหมอดู-ร.ร.ธรรมะ




นายสมชาย หาญหิรัญ รองผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยในงานสัมมนาเรื่อง "DIE HARD SMEs วิธีอยู่รอดบนภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤต" ว่า ในช่วงวิกฤตแบบนี้อย่าถูกหลอกด้วยตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) เพราะถ้าเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปีนี้คงติดลบมากแน่นอน แต่เชื่อว่าตัวเลขการขยายตัวช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้จะต้องดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนแน่นอน เนื่องจากไตรมาส 4 ของปี"51 การขยายตัวต่างๆ อยู่ในระดับติดลบมหาศาล แต่ถ้าเทียบตัวเลขการขยายตัวเดือนต่อเดือน ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้จะเห็นว่าบางอุตสาหกรรมเริ่มฟื้นตัวขึ้นบ้างแล้ว

ด้านนายตัน ภาสกรนที ประธานกรรมการบริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด กล่าวถึงมุมมองการทำธุรกิจให้อยู่รอดในภาวะวิกฤตแบบนี้ว่า มองว่าธุรกิจวันนี้เหมือนสึนามิที่พอผ่านไป 5 ชั่วโมงก็จะรู้ว่าใครจะอยู่รอด ดังนั้นจึงไม่ได้ให้ความสำคัญกับมันมากนัก เพราะจะยิ่งทำให้รู้สึกท้อแท้และบั่นทอนกำลังใจการทำงาน โดยต้องยอมรับว่าวิกฤตยังมีหนักกว่านี้อีก และเชื่อว่าเมื่อธุรกิจไหนที่เวลาลงหนัก เวลาขึ้นก็แรงเท่ากัน

นางบุญเจือ วงษ์เกษม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้สนใจมาขอลงทะเบียนสมัครเป็นผู้ประกอบการใหม่ (เอ็นอีซี) มากถึง 1.4 หมื่นราย โดยทางกรมส่งเสริมฯ ได้คัดเลือกผู้ประกอบการเหลือเพียง 7 พันราย และคาดว่าน่าจะเกิดผู้ประกอบการใหม่เพียง 1.4 พันรายเท่านั้น เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่ 20% กว่า ที่ถูกคัดออกเป็นเด็กจบใหม่ที่ยังขาดความรู้และขาดประสบการณ์

"ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจแบบนี้ธุรกิจที่มีผู้ประกอบการสนใจขอรับคำปรึกษามาก คือหมอดู ซึ่งในระดับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไม่เคยเห็นคนสนใจทำธุรกิจหมอดูมากแบบนี้มาก่อน นอกจากนี้ยังมีผู้ประกอบการสนใจที่จะตั้งโรงเรียนสอนธรรมะ ดนตรี และติวเตอร์ ส่วนธุรกิจภาคการค้าและการผลิตช่วงนี้คงเกิดยาก เพราะต้องใช้เงินลงทุนเยอะ" นางบุญเจือกล่าว
Last Updated ( Saturday, 30 May 2009 13:52 )
 
ข่าวจากการสัมมนา PDF Print E-mail
  
Wednesday, 27 May 2009 11:12
ธุรกิจหมอดู/สอนธรรมะบูม

โพสต์ทูเดย์ วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ระบุผู้ประกอบการใหม่สนใจทำธุรกิจหมอดู เปิดโรงเรียนธรรมะ ดนตรี เพิ่มมากขึ้น

 

นาง บุญเจือ วงษ์เกษม ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาผู้ประกอบการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยในงานสัมมนา “DIE HARD SMEs วิธีอยู่รอดบนภาวะวิกฤตซ้อน วิกฤต” ว่า ปัจจุบันมีผู้สนใจขอลงทะเบียน สมัครเป็นผู้ประกอบการใหม่ (เอ็นอีซี) มาก 1.4 หมื่นราย

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ซึ่งสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ จะเป็นผู้ประกอบการที่อยู่ในธุรกิจหมอดู เป็นกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ที่ผ่านมาไม่เคยเห็นคนสนใจทำธุรกิจหมอดูมากแบบนี้มาก่อน โดยเฉพาะสอนดูดวง เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ได้รับความนิยม และภาคธุรกิจต่างก็สนใจพึ่งพาหมอดูเพื่อเป็นที่พึ่งทางจิตใจ

รวม ทั้งเป็นธุรกิจที่มีมูลค่าการตลาดสูงมาก ต่างจากธุรกิจอื่นทั้งการค้าและการผลิต มักจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก จนหลายรายต้องปิดกิจการ

นอก จากนี้ ยังมีผู้ประกอบการสนใจที่จะตั้งโรงเรียนสอนธรรมะ ดนตรี และติวเตอร์ ส่วนธุรกิจภาคการค้าและการผลิตช่วงนี้คงเกิดยาก เพราะต้องใช้เงินลงทุนเยอะ

ผู้อำนวยการกรมส่งเสริมฯ กล่าวว่า จะคัดผู้ประกอบการใหม่ 1.4 หมื่นราย เหลือ 7,000 ราย และคาดจะสร้างผู้ประกอบการใหม่ได้ 1,400 ราย

“ที่ ผ่านมากรมไม่เคยเจอ ผู้ประกอบการใหม่ที่เปิดธุรกิจเปิดสอนดูดวง แต่ปีนี้เริ่มมี เพราะเชื่อว่าจะมีคนสนใจมาเรียนมาก เพราะผู้ที่เรียนจบและมีใบรับรอง เปิดกิจการดูดวงได้ หรือเรียนรู้เพื่อดู ดวงให้กับเพื่อนในกลุ่ม นอกจากนี้ เอสเอ็มอียังสนใจเปิดกิจการติวเตอร์ เพื่อสอนความรู้แก่ผู้ที่ต้องการสอบในแต่ละสาขา รวมถึงโรงเรียนสอนดนตรีและโรงเรียนฝึกสุนัข” นางบุญเจือ กล่าว

สำหรับ ตั้งแต่ปี 2545 ถึงปัจจุบัน กรมสร้างผู้ประกอบการใหม่ 8,000 ราย คาดจะอยู่รอด 50% เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ เงินทุนและยอดขายที่ลดลง โดยกลุ่มที่ปิดกิจการส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอีเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมชิ้นส่วน ยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ สมุนไพร กาแฟ

ด้านนายสมชาย หาญหิรัญ รอง ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กล่าวว่า 3 ไตรมาสในปีนี้ คาดว่าตัวเลขทุกอย่างจะติดลบแน่ ทั้งการส่งออก การเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่หากเทียบเป็น รายเดือนจะเห็นสัญญาณว่าดีขึ้น

Last Updated ( Saturday, 30 May 2009 13:51 )
 
<< Start < Prev 1 2 Next > End >>

Page 1 of 2