|
ออกงานแฟร์อย่างไรให้คุ้มค่า สิ่งที่เป็นคำถามก็คือ การจะไปออกงานแฟร์จะต้อง เตรียมตัวอย่างไรกันบ้าง วันดี ม่านศรีสุข หัวหน้าฝ่ายข้อมูลสถาบันวิจัยและพัฒนา อัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ แนะนำเรื่องการออกงานแฟร์ในต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่แต่เฉพาะอัญมณีเท่านั้น เทคนิคต่างๆ ในการออกงานผู้ประกอบการในภาคธุรกิจอื่นก็สามารถใช้ประโยชน์ได้ ข้อดีของการไปออกงานแฟร์ในต่างประเทศก็คือ ได้พบกับลูกค้าโดยตรง สามารถนำเสนอสินค้าใหม่ๆ และสุดท้ายก็คือการสร้างเครือข่ายทางการค้า เพราะตามงานแสดงสินค้า หากผู้ประกอบการรู้จักหาโอกาส ศึกษาหาข้อมูลตามบูทต่างๆ นอกจากจะได้ข้อมูลคู่แข่งแล้วยังสามารถเจอกับซัพพลายเออร์ที่ผลิตได้ในราคาต่ำกว่าหรือไม่แน่เราก็อาจจะเป็นซัพพลายเออร์ให้กับรายใดรายหนึ่งในกระบวนการผลิตก็ได้ ช่องทางในการสานสัมพันธ์กับลูกค้า ในภาวะแบบนี้ ผู้ประกอบการมีโอกาสจะสูญเสียลูกค้าไปเป็นจำนวนไม่น้อยและการหาลูกค้าใหม่ก็มีต้นทุนสูงกว่าการรักษาลูกค้าเก่ามาก โดยเฉพาะในธุรกิจส่งออก เช่น หากเรามีลูกค้าที่อเมริกา 10 รายใน 10 รัฐ การออกงานแฟร์จะช่วยให้ลูกค้าทั้ง 10 เจ้าเป็นผู้ที่บินมาหาเราเองแทนที่เราจะบินไปหาทั้ง 10 ราย ส่วนเมื่อเอสเอ็มอีตัดสินใจที่จะออกงานแล้ว คงต้องเตรียมตัวเป็นปี ตั้งแต่จองบูท ติดต่อออร์แกไนเซอร์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ค่าเดินทาง แต่เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ กลับมีเวลาแค่ 5 วันเท่านั้น ดังนั้นเอสเอ็มอีจะต้องพยายามเก็บเกี่ยวประโยชน์ให้มากที่สุด ประการแรก การเลือกงานแฟร์ ในแต่ละปีจะมีงานแฟร์ ไม่ต่ำกว่า 200 งาน แล้วงานประเภทไหนที่เอสเอ็มอีควรจะเลือกออกงาน "ขนาดของงาน" สิ่งอำนวยความสะดวก อย่างเช่น การไปร่วมงานแฟร์ที่ฮ่องกง การเดินทางไปแฟร์ค่อนข้างสะดวกสบาย ขึ้นรถประจำทางก็ไปได้ ส่วนแฟร์ที่ยุโรปไปมาง่ายแม้จะอยู่ที่ชานเมือง ในกรณีของรัสเซีย หลายคนมองว่า รัสเซียมีศักยภาพ แต่การงานแฟร์อาจจะต้องคิดหนักนิดหนึ่ง เพราะการใช้ชีวิตในรัสเซียค่อนข้างลำบาก ในการเดินทางจากโรงแรมไปที่สถานที่จัดงาน สามารถไปได้ 2 ทาง คือ รถไฟฟ้าและแท็กซี่ ถ้าไปแท็กซี่ คนขับแท็กซี่จะไม่พูดภาษาอื่น ทางโรงแรมจะเป็นผู้จัดการให้ แต่พอขากลับ ต้องเรียกเอง ค่อนข้างลำบาก ถ้าเป็นรถไฟใต้ดิน กรณีที่มีสัมภาระอาจจะต้องเสี่ยงภัยกับมิจฉาชีพ ถ้าใครจะเดินทางไปออกงานก็ควรจะพิจารณาปัจจัยตรงนี้ก่อน นอกจากนี้ การออกงานแฟร์ที่รัสเซียเราจะดูจากสถิติที่มีการสำรวจไม่ได้ บางงานหากคนต่างชาติมาออกแค่ 4 เปอร์เซ็นต์ก็คือ งานอินเตอร์ฯแล้ว และการนับจำนวนของ ผู้เข้าร่วมงาน อาจจะหมายรวมถึงคนทั่วๆ ไปที่มาดูงาน รวมถึงผู้ที่มาก๊อบปี้แอนด์ ดีเวลอปด้วย ค่าใช้จ่ายในการออกบูท ในปีแรกงานแฟร์จะให้หน้าใหม่หรือรายใหม่ออกงานรวมกัน และค่าเช่าจะคิดเต็มจำนวนจนกว่าจะออกงานซ้ำในปีต่อมา จึงจะได้ราคาที่ถูกลง ลักษณะของงานอาจจะต้องดูด้วยว่า งานนั้นๆ สินค้าหลักของงานคืออะไร และสินค้ารองของงานคืออะไร สินค้าของเราจะจัดอยู่ในหมวดไหน เช่น ถ้าเราขายพลอย แต่งานนั้นเน้นเพชรเราก็อาจจะไม่ได้ลูกค้าที่ต้องการ โครงสร้างของผู้ที่เข้าเยี่ยมชมงาน ถ้าหากจะเข้ารัสเซียการเข้าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าดูแล้วว่าสัดส่วนผู้ซื้อของเรามาจากรัสเซียตะวันออกเพิ่มมากขึ้น ถิ่นที่มาของผู้เข้าชมงานก็คือที่ตั้งของตลาด เราก็ควรจะออกงาน ศักยภาพของบริษัทผู้จัดงาน รวมทั้งค่าใช้จ่าย ค่าเช่าบูท โดยปกติเมื่อจ่ายค่าบูท 4,000 เหรียญ จะได้แค่บูทเปล่า โต๊ะ 1 ตัว เก้าอี้ 3 ตัว ป้ายชื่อ หมายเลขบูท สปอตไลต์ 2 ตัว และถ้าอยากได้มากกว่านั้นต้องจ่ายเพิ่ม เพราะฉะนั้น ภายใน 5 วันจะต้องทำอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด สิ่งแรกก็คือกิจกรรมการตลาดก่อนและระหว่างงาน ประการแรก ผู้ประกอบการต้องประชาสัมพันธ์ลูกค้าเดิมและเป้าหมายก่อนว่าเราจะเอาสินค้าตัวไหนไปโชว์และเลขบูทที่เท่าไร ทางที่ดีควรทำเป็นปฏิทินงานแฟร์ ขึ้นเว็บไซต์ไปเลยเพื่อที่จะบอกลูกค้าของคุณรู้ว่า ในปีนี้เราจะไปที่ไหนบ้าง การโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์รายวันที่ทำเพื่อประชา สัมพันธ์งานในแต่ละวัน การลงรูปผลิตภัณฑ์ในไดเร็กทอรี่ของงาน การจัดแฟชั่นโชว์ การให้นางแบบใส่ผลิตภัณฑ์ถือป้ายโฆษณาร้านภายในงาน การจ้างล่ามในบางประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ อาจจะต้องมีล่าม ควรจะมีการนัดเจอก่อน 1 วัน เพื่อศึกษาในเรื่องศัพท์เทคนิคเฉพาะที่ล่ามอาจจะแปลพลาดหรือแปลข้ามไปบางส่วน และสิ่งสำคัญในการเจรจาอาจจะหายไปในระหว่างที่แปล รวมถึงระเบียบศุลกากร การนำเข้า-ส่งออกสินค้า กฎระเบียบของแต่ละประเทศ ให้ศึกษาให้ดีก่อนที่จะทำการค้า เหล่านี้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด ขอบคุณ ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 04 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4111 |