NECNETWORK: เครือข่ายผู้ประกอบการใหม่

บทความ
ออกงานแฟร์อย่างไรให้คุ้มค่า PDF Print E-mail
  
Saturday, 06 June 2009 21:42

ออกงานแฟร์อย่างไรให้คุ้มค่า

 

สิ่งที่เป็นคำถามก็คือ การจะไปออกงานแฟร์จะต้อง เตรียมตัวอย่างไรกันบ้าง วันดี ม่านศรีสุข หัวหน้าฝ่ายข้อมูลสถาบันวิจัยและพัฒนา อัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ แนะนำเรื่องการออกงานแฟร์ในต่างประเทศ ซึ่งไม่ใช่แต่เฉพาะอัญมณีเท่านั้น เทคนิคต่างๆ ในการออกงานผู้ประกอบการในภาคธุรกิจอื่นก็สามารถใช้ประโยชน์ได้

ข้อดีของการไปออกงานแฟร์ในต่างประเทศก็คือ ได้พบกับลูกค้าโดยตรง สามารถนำเสนอสินค้าใหม่ๆ

และสุดท้ายก็คือการสร้างเครือข่ายทางการค้า เพราะตามงานแสดงสินค้า หากผู้ประกอบการรู้จักหาโอกาส ศึกษาหาข้อมูลตามบูทต่างๆ นอกจากจะได้ข้อมูลคู่แข่งแล้วยังสามารถเจอกับซัพพลายเออร์ที่ผลิตได้ในราคาต่ำกว่าหรือไม่แน่เราก็อาจจะเป็นซัพพลายเออร์ให้กับรายใดรายหนึ่งในกระบวนการผลิตก็ได้

ช่องทางในการสานสัมพันธ์กับลูกค้า ในภาวะแบบนี้ ผู้ประกอบการมีโอกาสจะสูญเสียลูกค้าไปเป็นจำนวนไม่น้อยและการหาลูกค้าใหม่ก็มีต้นทุนสูงกว่าการรักษาลูกค้าเก่ามาก

โดยเฉพาะในธุรกิจส่งออก เช่น หากเรามีลูกค้าที่อเมริกา 10 รายใน 10 รัฐ การออกงานแฟร์จะช่วยให้ลูกค้าทั้ง 10 เจ้าเป็นผู้ที่บินมาหาเราเองแทนที่เราจะบินไปหาทั้ง 10 ราย

ส่วนเมื่อเอสเอ็มอีตัดสินใจที่จะออกงานแล้ว คงต้องเตรียมตัวเป็นปี ตั้งแต่จองบูท ติดต่อออร์แกไนเซอร์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ ค่าเดินทาง แต่เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ กลับมีเวลาแค่ 5 วันเท่านั้น ดังนั้นเอสเอ็มอีจะต้องพยายามเก็บเกี่ยวประโยชน์ให้มากที่สุด

ประการแรก การเลือกงานแฟร์ ในแต่ละปีจะมีงานแฟร์ ไม่ต่ำกว่า 200 งาน แล้วงานประเภทไหนที่เอสเอ็มอีควรจะเลือกออกงาน

"ขนาดของงาน" สิ่งอำนวยความสะดวก อย่างเช่น การไปร่วมงานแฟร์ที่ฮ่องกง การเดินทางไปแฟร์ค่อนข้างสะดวกสบาย ขึ้นรถประจำทางก็ไปได้ ส่วนแฟร์ที่ยุโรปไปมาง่ายแม้จะอยู่ที่ชานเมือง

ในกรณีของรัสเซีย หลายคนมองว่า รัสเซียมีศักยภาพ แต่การงานแฟร์อาจจะต้องคิดหนักนิดหนึ่ง เพราะการใช้ชีวิตในรัสเซียค่อนข้างลำบาก ในการเดินทางจากโรงแรมไปที่สถานที่จัดงาน สามารถไปได้ 2 ทาง คือ รถไฟฟ้าและแท็กซี่ ถ้าไปแท็กซี่ คนขับแท็กซี่จะไม่พูดภาษาอื่น ทางโรงแรมจะเป็นผู้จัดการให้ แต่พอขากลับ ต้องเรียกเอง ค่อนข้างลำบาก ถ้าเป็นรถไฟใต้ดิน กรณีที่มีสัมภาระอาจจะต้องเสี่ยงภัยกับมิจฉาชีพ ถ้าใครจะเดินทางไปออกงานก็ควรจะพิจารณาปัจจัยตรงนี้ก่อน

นอกจากนี้ การออกงานแฟร์ที่รัสเซียเราจะดูจากสถิติที่มีการสำรวจไม่ได้ บางงานหากคนต่างชาติมาออกแค่ 4 เปอร์เซ็นต์ก็คือ งานอินเตอร์ฯแล้ว และการนับจำนวนของ ผู้เข้าร่วมงาน อาจจะหมายรวมถึงคนทั่วๆ ไปที่มาดูงาน รวมถึงผู้ที่มาก๊อบปี้แอนด์ ดีเวลอปด้วย

ค่าใช้จ่ายในการออกบูท ในปีแรกงานแฟร์จะให้หน้าใหม่หรือรายใหม่ออกงานรวมกัน และค่าเช่าจะคิดเต็มจำนวนจนกว่าจะออกงานซ้ำในปีต่อมา จึงจะได้ราคาที่ถูกลง

ลักษณะของงานอาจจะต้องดูด้วยว่า งานนั้นๆ สินค้าหลักของงานคืออะไร และสินค้ารองของงานคืออะไร สินค้าของเราจะจัดอยู่ในหมวดไหน เช่น ถ้าเราขายพลอย แต่งานนั้นเน้นเพชรเราก็อาจจะไม่ได้ลูกค้าที่ต้องการ

โครงสร้างของผู้ที่เข้าเยี่ยมชมงาน ถ้าหากจะเข้ารัสเซียการเข้าไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าดูแล้วว่าสัดส่วนผู้ซื้อของเรามาจากรัสเซียตะวันออกเพิ่มมากขึ้น ถิ่นที่มาของผู้เข้าชมงานก็คือที่ตั้งของตลาด เราก็ควรจะออกงาน

ศักยภาพของบริษัทผู้จัดงาน รวมทั้งค่าใช้จ่าย ค่าเช่าบูท โดยปกติเมื่อจ่ายค่าบูท 4,000 เหรียญ จะได้แค่บูทเปล่า โต๊ะ 1 ตัว เก้าอี้ 3 ตัว ป้ายชื่อ หมายเลขบูท สปอตไลต์ 2 ตัว และถ้าอยากได้มากกว่านั้นต้องจ่ายเพิ่ม

เพราะฉะนั้น ภายใน 5 วันจะต้องทำอย่างไรให้คุ้มค่าที่สุด

สิ่งแรกก็คือกิจกรรมการตลาดก่อนและระหว่างงาน

ประการแรก ผู้ประกอบการต้องประชาสัมพันธ์ลูกค้าเดิมและเป้าหมายก่อนว่าเราจะเอาสินค้าตัวไหนไปโชว์และเลขบูทที่เท่าไร ทางที่ดีควรทำเป็นปฏิทินงานแฟร์ ขึ้นเว็บไซต์ไปเลยเพื่อที่จะบอกลูกค้าของคุณรู้ว่า ในปีนี้เราจะไปที่ไหนบ้าง การโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์รายวันที่ทำเพื่อประชา สัมพันธ์งานในแต่ละวัน การลงรูปผลิตภัณฑ์ในไดเร็กทอรี่ของงาน การจัดแฟชั่นโชว์ การให้นางแบบใส่ผลิตภัณฑ์ถือป้ายโฆษณาร้านภายในงาน

การจ้างล่ามในบางประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ อาจจะต้องมีล่าม ควรจะมีการนัดเจอก่อน 1 วัน เพื่อศึกษาในเรื่องศัพท์เทคนิคเฉพาะที่ล่ามอาจจะแปลพลาดหรือแปลข้ามไปบางส่วน และสิ่งสำคัญในการเจรจาอาจจะหายไปในระหว่างที่แปล

รวมถึงระเบียบศุลกากร การนำเข้า-ส่งออกสินค้า กฎระเบียบของแต่ละประเทศ ให้ศึกษาให้ดีก่อนที่จะทำการค้า เหล่านี้เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด

ขอบคุณ ประชาชาติธุรกิจ
วันที่ 04 มิถุนายน พ.ศ. 2552 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4111 

 
ธรรมะดีดีจากท่าน ว.วชิรเมธี PDF Print E-mail
  
Wednesday, 27 May 2009 23:04

การบรรยายธรรมะโดยท่าน ว.วชิรเมธี ท่านได้ให้พร 4 ข้อ ดังนี้ 

> 1. อย่าเป็นนักจับผิด  คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง 'กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก' คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส 'จิตประภัสสร' ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี   แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข  

> 2. อย่ามัวแต่คิดริษยา   'แข่งกันดี ไม่ดีสักคน  ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน' คนเราต้องมี พรหมวิหาร 4 คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขาคนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า 'เจ้ากรรมนายเวร'  ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์ ฉะนั้น เราต้องถอดถอน   ความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น 'ไฟสุมขอน' (ไฟเย็น) เราริษยา 1 คน เราก็มีทุกข์ 1 ก้อนเราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี 'แผ่เมตตา' หรือ ซื้อโคมลอยมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป  

> 3. อย่าเสียเวลากับความหลัง  90% ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ 'ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น' มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องภาระต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย  ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ ' อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน ' ' อยู่กับปัจจุบันให้เป็น '  ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี 'สติ' กำกับตลอดเวลา  

> 4. อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ   'ตัณหา'ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วยน้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วยเชื้อ  ธรรมชาติของตัณหา คือ 'ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม'  ทุกอย่างต้องดู ' คุณค่าที่แท้จริง ' ไม่ใช่ คุณค่าเทียม  เช่น คุณค่าที่แท้ของนาฬิกาคืออะไร ? คือไว้ดูเวลาไม่ใช่ใส่เพื่อความโก้หรู คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือคืออะไร ? คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่คุณค่าที่แท้จริงของโทรศัพท์  เราต้องถามตัวเองว่า เกิดมาทำไม' คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน ตามหา ' แก่น ' ของชีวิตให้เจอ คำว่า 'พอดี'  คือ ถ้า 'พอ' แล้วจะ 'ดี'    รู้จัก 'พอ' จะมีชีวิตอย่างมีความสุข'

Last Updated ( Wednesday, 27 May 2009 23:08 )
 
กฏ 10 ข้อสู่ความสำเร็จของธุรกิจขนาดเล็ก PDF Print E-mail
  
Saturday, 09 May 2009 17:42
 

กฎ 10 ข้อสู่ความสำเร็จของธุรกิจขนาดเล็ก

1. ตั้งเป้า   คุณไม่สามารถขายของทุกอย่างให้คนทุกคนได้ ดังนั้นก่อนที่จะเริ่มดำเนินธุรกิจคุณต้องตัดสินใจและตั้งใจให้แน่วแน่ว่าคุณจะขายอะไรให้คนกลุ่มไหน

2. แตกต่าง ถ้าคุณรู้ว่าใครเป็นคู่แข่งและเขากำลังทำอะไรอยู่ ก็จงอย่าทำตามเขาเป็นอันขาด ออกจากตลาดที่ไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็มีสินค้าหรือบริการที่คล้าย ๆ กัน สร้างตลาดใหม่ที่ไม่เหมือนใครของคุณเองนั่นล่ะดีที่สุด

3. สร้างทีม  อย่าจ้างพนักงานแค่เพื่อไม่ให้ตำแหน่งว่าง คุณควรเลือกจ้างคนที่จะสามารถเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่จะช่วยสร้างธุรกิจมากกว่า

4. รวดเร็ว เวลาเป็นสินค้าที่มีค่าที่สุดในการทำธุรกิจ หากจะต้องส่งสินค้าภายในวันศุกร์ พยายามไปส่งวันพฤหัสบ่ายให้ได้  นอกจากนี้แล้วควรโทรกลับหรือตอบอีเมล์ลูกค้าให้เร็วที่สุด  

5. พูด ขอบคุณ กล่าวคำ ขอบคุณบ่อย ๆ จากใจจริง บอกให้ลูกค้าและพนักงานของคุณรู้ว่าคุณรู้สึกขอบคุณเขาอย่างไร  หรือจะให้ดีกว่านั้นก็ลองใช้วิธีแบบโบราณดู นั่นก็คือการเขียนด้วยลายมือลงบนกระดาษแล้วส่งให้พวกเขา ซึ้งกว่ากันเยอะเลย

6. สม่ำเสมอ  จงรักษาภาพลักษณ์และความรู้สึกที่ลูกค้ามีต่อธุรกิจของคุณให้คงที่สม่ำเสมอ  ลูกค้าจะต้องได้รับการดูแลเป็นอย่างดีไม่ว่าจะจากพนักงานคนใดในบริษัท

7. ยิ้มสยาม  หากคุณคิดว่าเหตุผลที่ผู้คนซื้อสินค้าของคุณเพราะว่าพวกเขาพอใจในเรื่อง ราคา คุณภาพของสินค้า หรือการรับประกันแล้วล่ะก็ ให้โยนความคิดนั้นทิ้งไปซะ แล้วคิดเสียว่าพวกเขาซื้อเพราะว่าเขาชอบคุณ ดังนั้นเวลาขายสินค้าก็ให้ยิ้มเข้าไว้ให้สมกับเป็นประชาชนชาวสยาม  

8. อย่าหยุดคิด  มีผู้เปรียบเทียบว่าการทำธุรกิจนั้นเปรียบเสมือนน้ำในแก้วที่จะต้องให้มีน้ำแค่ครึ่งเดียวอยู่เสมอ เพื่อที่ว่าจะได้เติมอะไรใหม่ ๆ เข้าไปเรื่อย ๆ  เช่นเดียวกันกับคุณที่จะต้องพยายามศึกษาหาความรู้ ประยุกต์ใช้วิธีการใหม่ ๆ เพื่อนำหน้าคู่แข่งให้ได้ตลอดไป 

9. ค่อยๆ ขาย  อย่ามัวแต่คำนึงถึงแต่การขยายตลาดหรือยอดขาย  คุณควรค่อยเป็นค่อยไป ทำการตลาดแบบเบาๆ ก่อน ไม่จำเป็นต้องจ่ายหนักเพื่อโฆษณาแพงๆ  หันมาเน้นเรื่องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ได้จะดีกว่า ทำในสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า ไม่ใช่ตัวคุณเอง! 

10. คิดนอกกรอบ  คุณต้องเดินออกนอกกรอบหรือทำในสิ่งที่แตกต่างจากที่เคยๆ ทำมาบ้าง เช่น หากไม่เคยใช้เทคโนโลยีช่วยในการทำธุรกิจก็จงอย่ากลัวมัน  ไม่มีใครแก่เกินเรียน 

จาก http://www.smethailandclub.com

 
เครือข่ายผู้ประกอบการทางสังคมในประเทศไทย PDF Print E-mail
  
Sunday, 16 November 2008 00:45

โดย: ระพี  สาคริก

     เครือข่าย   หรือที่ฝรั่งเรียกกันว่า  NETWORK :  เราสะดุดคิดบ้างหรือเปล่าว่า  ทำไมถึงอดที่จะอ้างอะไรๆ จากฝรั่งไม่ได้  เพราะเราไปยึดติดเขามาไว้ในรากฐานความคิดอันควรจะเป็นของเราเองใช่ไหม ?   ถ้ามีใจเป็นกลาง    แม้คำพูดเพียงคำเดียว    ก็ยังสืบสาวกลับไปถึงเหตุได้ไม่ยาก  ทำไมล่ะ ? ก็เพราะรากฐานเครือข่ายมันมีอยู่ในใจเราแต่ละคนอย่างเป็นธรรมชาติมาแต่กำเนิดแล้ว  

     เหตุไฉนจึงไม่หวนกลับมาค้นหาความจริงที่ใจเราเอง    เพราะเราขาดความจริงใจต่อตัวเองใช่หรือเปล่า ?   จึงมุ่งไปนำเอาคำฝรั่งมาอ้างจนเป็นนิสัย  เป็นเพราะว่าเราตกอยู่ในสภาพลืมตัวใช่ไหม ?  ฉันขอฝากไว้ให้คิดได้เองว่า   ถ้าเราหวนกลับมาพิจารณาที่ตัวเอง   แล้วยอมรับความจริงกันจะดีไหม  เพื่อว่าชีวิตเราจะไม่สูญเสียอะไรมากไปกว่านี้  คงมีแต่เจริญงอกงาม    สะท้อนให้ผู้คนทั้งหลายมีโอกาสชื่นชมความพร้อมทุกด้านจากผลการปฏิบัติของตัวเอง   ยิ่งกว่านั้น  ตัวเราก็จะได้รับความสุขอันเกิดจากผลการกระทำของตน  ช่วยให้เกิดความภูมิใจในความเป็นไทอีกด้วย  ฉันจึงขอฝากแง่คิดนี้ไว้ให้เธอที่รักทุกคนนำไปค้นหาความจริงต่อไป

Last Updated ( Sunday, 16 November 2008 01:00 )
Read more...